IUI คืออะไร และเหมาะกับผู้มีปัญหาทางตั้งครรภ์แบบไหน?

99

IUI คืออะไร?ภาวะมีบุตรยากเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อคู่สมรสหลายคู่ ส่งผลให้เกิดความเครียดและวิตกกังวล อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ทีก้าวหน้า ปัญหาดังกล่าวจึงสามารถแก้ไขได้ โดยหนึ่งในวิธีคือสิ่งที่เรียกว่า IUI และในบทความนี้จะมาอธิบายให้เข้าใจว่า IUI คืออะไร ติดตามได้เลย

IUI คืออะไร?

ตอบคำถามIUI คืออะไร  ด้วยการอธิบายว่า IUI (Intra Uterine Insemination) หรือ การฉีดเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก เป็นวิธีการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยเป็นการฉีดเชื้ออสุจิที่ผ่านการคัดกรองแล้วเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรง โดยใช้ท่อพลาสติกขนาดเล็กสอดผ่านปากมดลูก โดยตัวอสุจิจะว่ายไปปฏิสนธิกับไข่ที่ท่อนำไข่เอง

ขั้นตอนการทำ IUI

  1. เมื่อทราบแล้วว่าIUI คืออะไร  แพทย์จะทำการอัลตราซาวด์เพื่อดูว่าไข่ตกแล้วหรือไม่ หากยังไม่ตก แพทย์อาจให้ยากระตุ้นการตกไข่
  2. แพทย์จะทำการคัดกรองน้ำเชื้อจากฝ่ายชาย โดยเลือกเอาเฉพาะตัวอสุจิที่แข็งแรงและเคลื่อนที่ได้ดี
  3. แพทย์จะทำการฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในโพรงมดลูก โดยใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที

ข้อดีและข้อเสียของการทำ IUI

ข้อดี

  • เป็นวิธีที่ไม่ซับซ้อนและใช้เวลาในการทำไม่นาน
  • มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ประมาณ 10-15% ต่อรอบการรักษา
  • สามารถรักษาภาวะมีบุตรยากได้หลายสาเหตุ

ข้อเสีย

  • มีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์แฝดได้
  • อาจมีค่าใช้จ่ายสูง

ภาวะที่เหมาะสมในการทำ IUI

  • ฝ่ายชายมีปริมาณอสุจิน้อยหรือคุณภาพอสุจิไม่ดี
  • ฝ่ายหญิงมีภาวะไข่ไม่ตก
  • ฝ่ายหญิงมีท่อนำไข่อุดตัน
  • ฝ่ายหญิงมีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

การเตรียมตัวก่อนทำ IUI

  • ฝ่ายชายควรงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา 2-3 วันก่อนการทำ IUI
  • ฝ่ายหญิงควรงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา 1-2 วันก่อนการทำ IUI
  • ฝ่ายหญิงควรรับประทานยากระตุ้นการตกไข่ตามแพทย์สั่ง

การดูแลตัวเองหลังทำ IUI

  • นอนพักเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที
  • งดมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา 2-3 วัน
  • งดยกของหนักหรือออกกำลังกายหนัก

ความเป็นไปได้ในการตั้งครรภ์

โอกาสตั้งครรภ์จากการฉีดเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก (IUI) อยู่ที่ประมาณ 10-15% ต่อรอบการรักษา ซึ่งจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก อายุของฝ่ายหญิง คุณภาพน้ำเชื้อของฝ่ายชาย เป็นต้น

หากทำ IUI ติดต่อกัน 3-4 รอบแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ แพทย์อาจพิจารณาทำการรักษาวิธีอื่นต่อไป เช่น การฉีดเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก (ICSI) หรือการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF)

หลังจากที่ทราบแล้วว่าIUI คืออะไร โดยเป็นวิธีการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยเป็นวิธีที่ไม่ซับซ้อนและมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ประมาณ 10-15% ต่อรอบการรักษา อย่างไรก็ตาม คู่สมรสที่วางแผนจะทำ IUI ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมและเตรียมตัวก่อนทำอย่างรอบคอบ

Previous articleทัวร์ฮ่องกง ขอพรที่วัดหวังต้าเซียน (Wong Tai Sin Temple)
Next articleอธิบายให้แล้ว! ขั้นตอนการส่งของทางเรือไปอังกฤษในแบบง่ายๆ