สมุนไพรเบาหวาน ของไทยช่วยลดน้ำตาลในเลือดบรรเทาอาการโรคเบาหวาน

74

สมุนไพรเบาหวาน ถือเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยเบาใช้ในการช่วยระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินมาตรฐาน ทำให้เป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน และถึงแม้โรคนี้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมได้โดยการทานยาเป็นประจำ รวมไปถึงสมุนไพรที่เป็นประโยชน์ซึ่งสมุนไพรที่จะแนะนำนั้นก็สามารถหาได้ทั่วไป ส่วนจะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย

สมุนไพรเบาหวาน

ว่านหางจระเข้

ในว่านหางจระเข้จะสารช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินให้มากขึ้น ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดลดลง การทานนั้นสามารถทานได้ทั้งเนื้อวุ้น หรือจะเอาปั่นเป็นน้ำก็ทานได้อร่อยขึ้น ควรทานประมาณ 15 กรัม ต่อวัน

อบเชย

สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวานได้ หากเป็นผู้ป่วยอบเชยยังไปช่วยให้ร่างกายหลั่งสารอินซูรีน ลดน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจการทานอบเชยสามารถใช้ปรุ่งได้ทั้งอาหาร และเครื่องดื่ม โดยทานประมาณ 1 ช้อนชาต่อวัน

กระเทียม

สมุนไพรคู่ครัวของคนไทย ที่นอกจากจะช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้แล้ว ยังสามารถช่วยลดความดันโลหิต ไขมัน และคอเลสเตอรอล การทานนั้นหากอยากได้ประโยชน์สูงสุดควรทานแบบสด ๆ

ขิง

สมุนไพรไทยที่หาได้ทั่วไป การทานขิงสามารถนำไปปรุงอาหารได้มากมาย รวมไปถึงทำน้ำขิงดื่ม เพื่อช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารอินซูลิน ลดคอเลสเตอรอลในเลือด

หญ้าหวาน

สมุนไพรเบาหวาน ที่ให้ความหวานตามธรรมชาติมากกว่าน้ำตาลเกือบ 300 เท่า (ในปริมาณที่เท่ากัน) แต่ไม่ได้สร้างอันตรายให้กับร่างกาย มักจะถูกนำไปปรุงในเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแทนน้ำตาล สามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ และบำรุงตับอ่อน

กะเพรา

นอกจากจะนำไปทำผัดกะเพราที่เป็นเมนูฮิตแล้ว ในใบกะเพรา ยังมีสารที่ช่วยลดน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือด และนอกจากจะนำไปทำอาหารก็ยังสามารถนำไปตากแห้งแล้วต้มดื่มได้

บอระเพ็ด

เมื่อนึกถึงบอระเพ็ด หลายคนคงกลัวรสชาติที่ขมปี๋ แต่บอระเพ็ดเป็นสมุนไพรเบาหวานที่มีประโยชน์มากมาย นอกจากจะช่วยล้างน้ำตาลในเลือดได้แล้ว ยังช่วยบำรุงตับ ฟอกเลือด ขับเหงื่อ การทานก็ฝานบาง ๆ ทานสด ๆ ได้เลย

ใบเตย

ถือเป็นสมุนไพรที่ให้ความหวาน ที่ไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด (เว้นแต่จะนำไปปรุงร่วมกับของหวานอื่น ๆ) อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการปากแห้ง ผิวแห้ง และตาแห้งในผู้ป่วยเบาหวาน ยังมีสรรพคุณฟอกเลือด ลดไขมัน และน้ำตาลในเลือด

ถึงแม้ สมุนไพรเบาหวาน แบบไทย ๆ จะช่วยบรรเทาอาการโรคเบาหวานได้ แต่ก็ควรทานยาตามแพทย์สั่ง เป็นประจำ และควรดูแลสุขภาพในด้านอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด ทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นต้น

Previous articleฟอกฟันขาวที่บ้านด้วยตัวเอง ด้วยเทคนิคง่าย ๆ
Next articleอุปกรณ์เลี้ยงแมว สำหรับมือใหม่ที่ต้องมี